ถังเก็บน้ำ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

ในทุก ๆ บ้านควรมีถังเก็บน้ำไว้ เพื่อสำรองน้ำเวลาที่ไม่มีน้ำใช้ น้ำประปาไม่ไหล หรือมีการงดจ่ายน้ำเพราะซ่อมแซมท่อประปา ถังเก็บน้ำ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งและมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะวันไหนน้ำไม่ไหล ใครที่เคยเจอคงรู้ว่าลำบากแค่ไหน เพราะฉะนั้น การจัดเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ภายในบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งปัจจุบันมีถับเก็บน้ำหลากหลายรูปแบบให้เราเลือก ตามความต้องการใช้งานในแต่ละบ้าน แถมราคาไม่แพงอย่างที่คิด

ในการเลือกขนาดถังเก็บน้ำนั้นให้เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกที่อาศัยอยู่ในบ้าน โดยปกติแล้วคน 1 คน จะใช้น้ำเฉลี่ย 200 ลิตร/ วันให้นับจำนวนคนในบ้านว่ามีกี่คน แล้วเอาจำนวนคนมาคูณ 200 ลิตร เช่น ที่บ้านอยู่กัน 5 คน จะได้ว่า 5 คน x 200 ลิตร = 1,000 ลิตร และถ้าประหยัดสักหน่อย ให้คูณจำนวนวันที่เราต้องการจะสำรองน้ำเข้าไปด้วย เผื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินน้ำไม่ไหลขึ้นมา เราจะได้ยังคงมีน้ำใช้อยู่ ตัวอย่าง บ้านที่อาศัยกันอยู่ 5 คน ถังเก็บน้ำที่เหมาะสมเป็นขนาด 1,000 ลิตร ถ้าต้องการสำรองน้ำเพิ่ม ให้เอาจำนวนวันที่เราต้องการสำรองคูณเข้าไป สมมติว่าต้องการสำรองน้ำไว้ใช้ 2 วัน จะได้สูตรคำนวนว่า 5 คน x 200 ลิตร x 2 วัน = 2,000 ลิตร

ชนิดของถังเก็บน้ำที่เราควรรู้จักก่อนที่จะเลือกซื้อ

• ถังเก็บน้ำสเตนเลส: มีความแข็งแรงทนทาน ไม่เป็นสนิม ทำความสะอาดง่าย เพราะมีขาตั้ง และมีรูถ่ายน้ำที่ก้นถัง ควรใช้กับน้ำประปาเท่านั้น ไม่เหมาะกับน้ำกร่อยหรือน้ำบาดาล เนื่องจากความเป็นกรด-ด่างของน้ำจะทำปฏิกิริยากับตัวสเตนเลสได้
• ถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาส: ส่วนมากคนจะเลือกใช้ถังเก็บน้ำชนิดนี้กัน เพราะดีไซน์หลากหลายสวยงาม เอาไปวางใช้งานที่บ้านแล้วดูเข้ากัน ไม่สะดุดตา อีกทั้งยังแข็งแรง ทนทาน น้ำหนักเบา รับแรงดันได้ดี ไม่เป็นพิษกับน้ำ ใช้ได้กับทั้งน้ำประปาและน้ำกร่อย ข้อจำกัดของถังน้ำชนิดนี้ คือ ทำความสะอาดยาก ราคาก็ค่อนข้างสูงด้วย แต่ก็ถือว่าคุ้มราคาอยู่
• ถังเก็บน้ำพลาสติก: ไม่แตกหักง่าย น้ำหนักเบา ราคาถูก ใส่น้ำได้ทั้งน้ำประปา น้ำฝน น้ำคลอง น้ำบาดาล แต่อายุการใช้งานสั้น เพราะถังไม่ทึบแสง ถ้าตั้งกลางแจ้งนานอาจเกิดตะไคร่น้ำในถังได้ ต้องทำความสะอาดบ่อย ๆ หรือใช้ถีงสีเข้ม เช่น สีน้ำเงิน สีดำ ก็ช่วยได้